อบรมเชิงปฏิบัติการ “2026 Workshop: Pets Product Regulatory & Registration”
ณ 19 พ.ค.69 สมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย (TPFA) ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบกิจการอาหารสัตว์เลี้ยง (PIA), สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย (TPIA), สมาคมธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์ (AHPA) และกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ (อยส.), ศูนย์ส่งเสริมอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร กรมปศุสัตว์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “2026 Workshop: Pets Product Regulatory & Registration” ณ ห้อง AMBER 2–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นำโดย คุณวรวีร์ เลขาธิการสมาคมฯ/ประธาน คกก.เทคนิค, คุณชาตรี คกก.สมาคม/เทคนิค, คุณชุติมา คุณสมศรี คุณศุภวดี คกกเทคนิค, คุณสุพัตรา ผอ, คุณอนุสรา คุณจิรายุ จนท.สมาคม พร้อมด้วยสมาชิก TPFA 10 บริษัท 31 คน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมรวมเกือบ 300 คน โดยมี สพ.ญ.สุดารัตน์ เจือจันทร์ ผอ.อยส. เป็นประธาน สรุปดังนี้
วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ด้านกฎหมายอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้อง พร้อมฝึกปฏิบัติการใช้งานระบบยื่นคำขอจริง เพื่อลดข้อผิดพลาดในการกรอกข้อมูล ช่วยให้กระบวนการพิจารณาอนุมัติรวดเร็วขึ้น
ช่วงที่ 1 การบรรยาย โดย DLD
1) ภาพรวมกฎระเบียบพื้นฐานของอาหารสัตว์เลี้ยง
– หน่วยงานกำกับดูแล โดยกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
– อาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ คืออาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนเนื่องจากมีผลต่อเศรษฐกิจและสุขภาพสัตว์ ซึ่งอาหารสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) จัดเป็นอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะทั้งหมด
– อาหารสัตว์เลี้ยงแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ อาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน, อาหารขบเคี้ยว/อาหารว่าง (ขนม), และอาหารประกอบการรักษาโรค
– เลขทะเบียนอาหารสัตว์ (10 หลัก) สังเกต 2 หลักแรกจะบอกแหล่งที่มา เช่น 01 ผลิตในประเทศ, 02 นำเข้า และ 03 ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น (ห้ามขายในประเทศ)
2) ขั้นตอนการขอใบอนุญาตผลิตและนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยง
– คุณสมบัติ ต้องมีสถานที่ผลิต/นำเข้า/เก็บ ที่เป็นไปตามมาตรฐาน GHP และ HACCP และต้องมีใบอนุญาตก่อนจึงจะยื่นขึ้นทะเบียนสูตรได้
– อายุใบอนุญาต ได้แก่ ใบอนุญาตผลิต (3 ปี), ใบอนุญาตนำเข้า (1 ปี) และใบอนุญาตขาย (หมดอายุทุกสิ้นปีปฏิทิน)
– การต่ออายุ ต้องยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ยื่นได้ล่วงหน้า 90 วัน) หากปล่อยให้ขาดอายุเกิน 30 วัน ทะเบียนอาหารสัตว์ทั้งหมดภายใต้ใบอนุญาตนั้นจะใช้ไม่ได้และต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
– ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดำเนินการผ่านระบบ e-Service (e-Feed) เพื่อความรวดเร็วและลดขั้นตอนการใช้กระดาษ
3) การขึ้นทะเบียนพรีมิกซ์และอาหารเสริมสำหรับสัตว์
– พรีมิกซ์ (สารผสมล่วงหน้า) คือ การผสมวัตถุที่เติม (Additives) อย่างน้อย 1 ชนิดกับสื่อ (Carrier) เพื่อนำไปผสมต่อในอาหารสัตว์ ไม่มุ่งหวังให้สัตว์กินโดยตรง
– อาหารเสริม คือ วัตถุที่ใช้เติมเพื่อเสริมสารอาหาร แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ เสริมโปรตีน, ไขมัน, วิตามิน และแร่ธาตุ
– วัตถุที่เติม (Additives) DLD ควบคุม 10 กลุ่มสรรพคุณ เช่น กรดอะมิโน, วิตามิน, แร่ธาตุ, สารถนอมคุณภาพ, จุลินทรีย์ (Probiotics) และเอนไซม์ เป็นต้น
– ข้อระวัง หากไม่มีสื่อผสมหรือมีสรรพคุณไม่ตรงตามที่ประกาศกำหนด อาจไม่จัดเป็นอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะและไม่ต้องขึ้นทะเบียน
ช่วงที่ 2 Workshop การขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์เลี้ยง
• การเตรียมเอกสาร ต้องมีความสอดคล้อง (Consistency) ของชื่อการค้าทั้งไทยและอังกฤษในทุกเอกสาร เช่น ใบอนุญาต, สูตร (COF), ผลวิเคราะห์ (COA) และฉลาก
• การตั้งชื่อการค้า มีเกณฑ์ตามสัดส่วนวัตถุดิบ เช่น หากใช้ชื่อ “รสทูน่า” ต้องมีทูน่าจริงในสูตร หรือหากตั้งชื่อว่า “สูตรทูน่า” ต้องมีทูน่าไม่น้อยกว่า 25%
• เอกสารทางเทคนิค
– COF ต้องระบุส่วนประกอบครบ 100%
– Heat Penetration Test สำหรับอาหารกระป๋อง/ซองรีทอร์ท ต้องมีค่า F0 ไม่น้อยกว่า 3 นาที เพื่อความปลอดภัย
– การคำนวณพลังงาน (ME) ต้องระบุค่าพลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้และมีตารางการแนะนำการให้อาหารต่อวันตามน้ำหนักตัวสัตว์
– อาหารขบเคี้ยว ต้องระบุคำเตือน “ไม่ใช่อาหารมื้อหลัก” และควรให้ไม่เกิน 15% ของพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน
อนึ่ง DLD แจ้งขั้นตอนสินค้านำกลับ (Returned Goods) เริ่มจากการที่ผู้ประกอบการต้องยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อ DLD เพื่อให้ อยส. ประสานไปยังด่านกักกันสัตว์ และรายงานต่ออธิบดีในการอนุญาตให้เคลื่อนย้ายสินค้าออกจากด่านมาเก็บในสถานที่ที่ผู้ประกอบการสะดวก เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่หรือค่าเช่าผ้าคลุมสินค้าที่ด่าน หลังจากนั้น จนท.ด่านหรือ อยส. จะเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุการนำกลับ หากตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติและเป็นไปตาม พรบ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ จนท.จะทำการถอนการอายัดเพื่อให้สามารถนำสินค้าไปจำหน่ายได้ตามปกติ แต่หากพบการกระทำผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินการทางคดีตามขั้นตอนต่อไ